จากคราวที่แล้วที่เอาเบื้องหลังของพี่เอ็มที่อยู่ในบ้านเดอะสตาร์มาให้อ่านแล้ว
วันนี้เอามาให้อ่านอีก แต่คนละแบบกัน
ยาวมากๆ แต่ก็อ่านไปแล้วกันนะ อ่านกันให้ตาเปียกตาแฉะกันไปข้างเลย
มาเริ่มเลยก็แล้วกัน
ชื่อนี้อาจจะฟังดูไม่เร้าใจเท่ากับชื่อเอ็ม หมายเลข5
หนุ่มเหนือผู้ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย
"ผมเคยเข้าประกวดเดอะสตาร์เฟสแรกมาแล้ว ตอนนั้นร้องเพลงอยู่ที่คอทเทจผับ เชียงใหม่ ความที่คิดว่าตัวเองเป็นนักร้องอาชีพ ก็เลยประมาทไปหน่อย ร้องแค่ 30 วินาทีเอง ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เลือกเพลงไม่เข้ากับบุคลิกตัวเองด้วย เลยตกตั้งแต่รอบแรก จำได้ กรรมการคอมเม้นต์ว่าผมอยู่กับตัวเองมากไปขาดความมั่นใจพักใหญ่ จนจิ๋วกับนิวส์ซึ่งร้องเพลงที่ร้านเดียวกันชวนให้มาประกวดใหม่ คราวนี้ฟิตเต็มที่ ตั้งใจทำสุดความสามารถ นำคอมเม้นต์ครั้งที่แล้วมาปรับปรุง พยายามสบตากรรมการ ผมถนัดร้องเพลงร็อค ก็เลือกเพลง 'คาใจ' และ 'ลืมไปไม่รักกัน'
"น้ำเสียงผมชนะใจกรรมการ ผ่านฉลุยมาถึงรอบ 8 คนสุดท้าย ต้องมีการเปลี่ยนลุคนิดหน่อย จากที่ผมเคยยุ่งๆยาวๆก็ถูกซอยให้เข้าทรง เปลี่ยนสีเล็กน้อย ส่วนเสื้อยืด กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ สไตล์ที่ชอบ ก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อวัยรุ่นแทน แรกๆยังรับไม่ได้ ทำไมเปลี่ยนเราเสียเป็นอย่างนี้ ชอบเซอร์ๆง่ายๆมากกว่า แต่ดูไปดูมาเริ่มชอบ อย่างเสื้อผ้า ใส่ไปใส่มาก็ติด ถ้าไม่ได้ไปต่อก็คงต้องขอติดมือไปบ้างล่ะ"
"พอตัวแทนของแต่ละภาคทั้ง 8 คนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แรกๆทุกคนยังเกร็ง แต่ละคนมาจากต่างถิ่น ต่างสังคม แล้วต้องมาอยู่รวมกัน ต่อเมื่อได้มีโอกาสเปิดใจพูดคุยกันถึงในอดีตและปัจจุบันของแต่ละคน บางคนร้องไห้ ทุกคนก็อินตาม เหมือนพวกเราได้แชร์ความรู้สึกร่วมกัน ทำให้สนิทสนมกันมากขึ้นจนกลายเป็นความรัก ผมก็เกือบอินเลิฟไปเหมือนกัน แต่พออยู่ด้วยกัน รู้นิสัย เป็นพี่น้องกันดีกว่า อาจจะเพราะตัวเองเป็นพี่ใหญ่ด้วย ต้องคอยดูแลน้องๆ คนที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดคือปาล์มเพราะเป็นเด็กคิดเยอะ ชอบทำลายความมั่นใจของตัวเอง ผมต้องพยายามเป็นกำลังใจให้เขา ส่วนคนที่สนิทคือนิก เป็นคนง่ายๆคล้ายๆกัน ชอบเพลงร็อคเหมือนกันอีก เลยทำให้คุยกันรู้เรื่อง"
"ช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่ด้วยกันผมประทับใจมาก อย่างวันเกิดผม พี่ทีมงานมาสัมภาษณ์พวกเราที่บ้านถึงประมาณเที่ยงคืน ให้ผมไปตามคนอื่นมาสัมภาษณ์ หาทั่วบ้านก็ไม่เจอใคร หายไปไหนกันหมด ไปดูข้างสระน้ำ เห็นเทียนวางอยู่ตามทางเดิน ขนลุกใจเต้นตึกตัก เดินตามมาเรื่อยๆ เห็นเทียนวางเป็นรูป HBD แล้วน้องๆก็ร้องเพลงของวงเอบีนอร์มอล 'อายุเป็นเพียงแค่สายลมผ่านพัดไป' เหมือนจะบอกว่าผมทำอะไรช้า มีอย่างเดียวที่เร็วคือ แก่เร็ว"
"รอบแรกที่เป็นการแนะนำตัว พยายามไม่ตื่นเต้น พอได้ยินเสียงกรี๊ด ขนลุกพรึ่บ เหมือนกับว่าคนตั้งใจมาดูเราจริงๆ ปรบมือให้ ขาสั่น เกือบคุมตัวเองไม่อยู่ กระทั่งรอบที่เริ่มมีการโหวตกดดันขึ้นไปอีกว่าเราจะพลาดไม่ได้ มีโอกาสแค่นี้เพื่อแสดงให้คนทั้งประเทศดู ที่เครียดไปทั้งสัปดาห์เลยคือรอบโจทย์ลูกทุ่ง กลัวร้องไม่เป็นลูกทุ่ง เพราะผมร้องร็อคมาตลอด พี่ทีมงานก็พยายามช่วย พาทุกคนไปแสดงมินิคอนเสิร์ตลูกทุ่งให้สาวโรงงานดู ซื้อใจได้ เสียงกรี๊ดต้อนรับเราอย่างดี แต่เรื่องการร้องก็ยังเครียดเหมือนเดิม ตอนหลังปลง ในเมื่อแก้ไม่ได้ ร้องเป็นสไตล์ตัวเองดีกว่า ทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด"
"คุณแม่พยายามช่วยด้วยการทำนามบัตรเล็กๆติดรูปผม แจกให้คนที่รู้จัก บอกอีกว่าช่วยโหวตให้ 'เอ็ม เดอะสตาร์ เบอร์ 5 ด้วยนะคะ' วันนั้นผมรู้ตัวเลยว่าร้องไม่ค่อยดีเท่าไร จากที่ตั้งไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้แค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่เต็มที่กับประสิทธิภาพของเรา ซึ่งกรรมการก็คอมเม้นต์ถูกว่ายังร้องไม่ดีผมน้ำตาคลอๆ แต่พยายามกลั้นไว้ พอเห็นคุณแม่อุตส่าห์ขับรถจากเชียงใหม่เพื่อมาดูผมโดยเฉพาะ และยิ่งรู้ว่าท่านขับด้วยตัวเอง ไม่เปลี่ยนให้คนอื่นขับแทน ผมร้องไห้เลย เพิ่งรู้ว่าแม่รักเรามากจริงๆก็วันนั้น"
"ผมได้เข้ามาถึงรอบ 8 คนสุดท้าย บรรลุความหวังสุดๆแล้ว ไม่ต้องเป็นที่หนึ่งก็ได้ เพราะถือว่าทุกคนได้เป็นเดอะสตาร์แล้ว แต่ถ้าผมได้รับเลือกเป็นหนึ่งเดียวคนนั้น ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิด"
"เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง"
************
มีเรื่องอยากจะบอกมากๆเลยก็คือ......
เมื่อเย็นไปเดินฟิวเจอร์ เจอคนหน้าคล้ายพี่เอ็มมากๆ
ทรงผมเดียวกัน แต่งตัวสไตล์เดียวกัน ท่าเดินก็คล้ายๆกัน
ทีแรกนึกว่าพี่เอ็ม จะเข้าไปทัก เค้าหันมาพอดี อ้าว...!!ไม่ใช่พี่เอ็มนี่หว่า
ดีนะที่ไม่เข้าไปทักก่อน ไม่งั้นหน้าแตกดังเพล้ง..!!หมอไม่รับเย็บแหงๆเลย